เมนู
หน้าแรก
สำนักงาน
พันธกิจ
คริสตจักร
สาระน่ารู้
webboard
ภาพกิจกรรม
มูลนิธิ
ดาวน์โหลด
เว็บลิงค์
ติดต่อเรา
ค้นหา
กำลังออนไลน์
บุคคลทั่วไปออนไลน์: 1

สมาชิกออนไลน์: 0

สมาชิกทั้งหมด: 7,577
สมาชิกใหม่: JoshuaOl
ตราสารของมูลนิธิ



ตราสารของมูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์

 

ชื่อ

ข้อ 1 มูลนิธิใช้ชื่อว่า “ มูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์”

ใช้อักษรย่อว่า “ ม. ค. ส.”

ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “ASSEMBLIES OF GOD FOUNDATION”

 

วัตถุประสงค์

ข้อ 2 วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ มีดังต่อไปนี้

    • เพื่อการศาสนา เผยแพร่และประกาศหลักธรรมของพระเยซูคริสต์โดยยึด

หลักพระคริสตธรรมคัมภีร์

    • เพื่อการสาธารณะกุศล เช่น การศึกษา ช่วยคนยากจน ช่วยคนติดยาเสพ

ติด และสนับสนุนหรือส่งเสริมห้องสมุดสำหรับประชาชน

    • เพื่อร่วมมือกับองค์การอื่นๆ
    • ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมือง

 

สำนักงาน

ข้อ 3 สำนักงานมูลนิธิ ตั้งอยู่เลขที่ 21/500 หมู่บ้านสุวรรณนิเวศน์ ซอย 9 ถนนนว-

มินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240

 

ทุนทรัพย์และทรัพย์สิน

ข้อ 4 ทรัพย์สินของมูลนิธิเริ่มแรก คือ

    • เงินสด 50,000.00 บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน)
    • ที่ดินโฉนดที่ 24678, 24679, 24677, 24830, 24831, 24832, เลขที่ 278, 279, 289, 290, 291, 277 หน้าสำรวจ 891, 892, 956, 957, 958, 890 แขวงคลองตัน เขตพระโขนง ( ที่ 8 พระโขนงฝั่งเหนือ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 624 ตารางวา ราคา 2,059,200.00 บาท ( สองล้านห้าหมื่นเก้าพันสองร้อยบาทถ้วน)

ข้อ 5 มูลนิธิอาจได้รับมาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีดังต่อไปนี้

    • เงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา
    • ทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆโดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินแต่ประการใด
    • ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ

การจัดการ

ข้อ 6 ทรัพย์สินและกิจการต่างๆของมูลนิธิอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรม

การอำนวยการซึ่งมีอำนาจตราระเบียบข้อบังคับใดๆโดยไม่ขัดแย้งกับตราสารนี้

ข้อ 7 คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิประกอบด้วยบุคคลจำนวนอย่างมากไม่เกิน 10 คน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 คน ตามที่จดทะเบียนเป็นครั้งคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ 8 ในการเริ่มแรก คณะกรรมการอำนวยการได้แก่บุคคลผู้ซึ่งได้รับเลือกโดยคณะกรรมการริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิ ดังมีรายชื่อปรากฏในท้ายตราสารนี้

ข้อ 9 กรรมการอำนวยการแต่ละคนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามรถ
    • ไม่เป็นผู้ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด
    • ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

ข้อ 10 ให้คณะกรรมการอำนวยการเลือกกันเอง เป็นประธาน 1 คน รองประธาน 1 หรือ 2 คน เหรัญญิก 1 คน เลขาธิการ 1 คน หรือกรรมการตำแหน่งอื่นๆตามที่เห็นควร

ข้อ 11 นอกจากที่กำหนดเอาไว้ในตราสาร คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

    • กำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารงานของมูลนิธิ
    • ตราระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ
    • แต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของมูลนิธิ
    • เชิญบุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมเป็นผู้ดำเนินงาน
    • แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ
    • ควบคุมการบริหารงานของมูลนิธิให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้

ข้อ 12 คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมตามปกติอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ในการประชุมทุกครั้งต้องมีคณะกรรมการอำนวยการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการอำนวยการที่มีอยู่ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุมในการลงคะแนนเสียง ให้ถือเสียงข้างมากเป็นมติ ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด เว้นมติข้อ 24 และข้อ 25 ข้อ 14.3

ข้อ 13 คณะกรรมการอำนวยการมีวาระการทำงานคราวละ 4 ปี เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 2 ปี ให้มีการจับฉลากออกครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการอำนวยการทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้กิจการของมูลนิธิดำเนินไปอย่างต่อเนื่องกัน และให้กรรมการอำนวยการที่ยังเหลืออยู่ พิจารณาเลือกตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการอำนวยการให้ครบตามจำนวนข้อ 7 ทั้งนี้เพื่อจะตั้งผู้ที่พ้นตำแหน่งไปแล้วเข้าเป็นกรรมการอำนวยการอีกครั้งก็ได้ ให้กรรมการมูลนิธิที่หมดวาระลง รักษาการกรรมการมูลนิธิไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีกรรมการเปลี่ยนแปลงกรรมการมูลนิธิชุดใหม่

ข้อ 14 กรรมการอำนวยการพ้นตำแหน่งเมื่อ

    • ทำงานครบวาระ
    • ตาย หรือลาออก
    • คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้ออก โดยเห็นว่ามีความประพฤติไม่เหมาะสมหรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ มติเช่นนี้จะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการอำนวยการทั้งคณะ

ข้อ 15 ผู้ใดที่ได้รับเชิญมาเป็นกรรมการอำนวยการแทนผู้ที่พ้นตำแหน่ง ตามข้อ 14.2 และข้อ 14.3 ให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาที่เหลือของผู้ที่ตนแทน และจะต้องจับฉลากออกตามข้อ 13 ด้วย

ข้อ 16 ในการทำนิติกรรมใดๆของมูลนิธิหรือการลงลายมือชื่อในเอกสารเกี่ยวกับอรรถคดี หรือหนังสือสำคัญต่างๆให้ประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่ผู้เดียว

ข้อ 17 ให้มีการประชุมสามัญประจำปีภายในเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาเรื่องกิจการต่างๆดังต่อไปนี้

    • พิจารณารายงานของมูลนิธิเกี่ยวกับกิจการที่ล่วงมาแล้ว
    • พิจารณาบัญชีต่างๆและงบดุลของมูลนิธิที่ได้รับการตรวจสอบแล้วสำหรับปีที่ผ่านมา
    • แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจดทะเบียนแล้วสำหรับปีต่อไป และกำหนดค่าตอบแทนสำหรับผู้สอบบัญชีด้วย
    • ปรึกษากิจการอื่นๆของมูลนิธิ

ข้อ 18 เงินสดของมูลนิธิ ถ้ามีให้ฝากธนาคารหนึ่งธนาคารใดสุดแต่คณะกรรมการอำนวยการเห็นสมควร การสั่งจ่ายในเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายเซ็นประธานหรือรองประธานร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการทุกครั้งให้เหรัญญิก

มีอำนาจเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 2,000.00 บาท ( สองพันบาทถ้วน)

ข้อ 19 การรับเงินที่มีผู้บริจาคสมทบหรือได้มาโดยวิธีอื่นๆเหรัญญิกจะต้องทำใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน ใบเสร็จจะต้องมีลายเซ็นประธาน หรือรองประธานร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการทุกครั้ง

ข้อ 20 ให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บและรักษาบัญชีรายรับ- รายจ่าย บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตลอดจนบัญชีอย่างอื่นๆที่จำเป็น เพื่อแสดงฐานะการเงินของมูลนิธิโดยถูกต้อง ทั้งจะต้องเก็บรักษาเอกสารใบสำคัญต่างๆอันเกี่ยวกับการบัญชีไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจ และเป็นหลักฐานของมูลนิธิด้วย

ข้อ 21 ผู้สอบบัญชีของมูลนิธิต้องไม่เป็นกรรมการหรือลูกจ้างของมูลนิธิ

ข้อ 22 ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพเอกสารที่เกี่ยวกับการบัญชีของมูลนิธิและในการตรวจสอบมูลนิธิได้

ข้อ 23 ให้ทำบัญชีงบดุลประจำปีสิ้นสุดตามปีปฏิทิน เพื่อแสดงฐานะการเงินของมูลนิธิ และงบดุลดังกล่าวจะต้องจัดหาให้เสร็จภายใน 3 เดือนหลังจากสิ้นปฏิทิน เมื่อผู้สอบบัญชีลงลายมือรับรองแล้ว ก็ให้เสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

การแก้ไขตราสาร

ข้อ 24 ตราสารนี้จะแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของคณะกรรมการอำนวยการทั้งหมด

 

การเลิกมูลนิธิ

ข้อ 25 ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปตามมติของคณะกรรมการอำนวยการด้วยเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 หรือ โดยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่ยกให้มูลนิธิซึ่งมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันตามที่คณะกรรมการอำนวยการเห็นชอบโดยเสียงข้างมาก ( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล)

 

เบ็ดเตล็ด

ข้อ 26 การตีความหมายในตราสารมูลนิธิ หากเป็นที่น่าสงสัยให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 27 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่มีกฎหมายได้บัญญัติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดโดยมิต้องขอให้อำนาจของศาลสั่งเลิกด้วยเหตุผลต่อไปนี้

ก เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแล้ว แต่ไม่ได้ รับทรัพย์สินตามคำมั่นเต็มจำนวน เว้นแต่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะ พิจารณาเห็นว่าทรัพย์สินที่มูลนิธิได้รับนั้นพอจะได้ดำเนินการให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิได้

ข. เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่ได้ กำหนดไว้ในตราสาร

ค. เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ

ข้อ 28 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยลักษณะมูลนิธิ มาใช้บังคับ ในเมื่อตราสารของมูลนิธิได้มีกำหนดไว้

ข้อ 29 มูลนิธิจะไม่กระทำการค้ากำไร และจะไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากที่ได้กำ

หนดไว้ในตราสาร

 

รับรองว่าถูกต้อง

 

( นายอานุภาพ วิชิตนันทน์ )

ประธานมูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์

 

 

 

 

 

 

 

เข้าสู่ระบบ
User name

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่านใหม่.
ฝากข้อความ
คุณต้องLogin ก่อนฝากข้อความ.

ยังไม่มีข้อความที่ส่งเข้ามา.